Thaihealth AI

ไวรัส Nipah: นิปาห์ ระบาดในอินเดีย 2569 อัพเดต

ไวรัส Nipah: ภัยคุกคามจากค้างคาว ระบาดในรัฐเวสต์เบงกอล อินเดีย ต้นปี 2569

ในช่วงต้นเดือนมกราคม พ.ศ. 2569 รัฐเวสต์เบงกอล ทางตะวันออกของอินเดีย ได้ยืนยันการระบาดของไวรัส Nipah (Nipah virus) ครั้งใหญ่ครั้งแรกในรอบ 19 ปี หลังจากไม่พบผู้ป่วยยืนยันในระดับรุนแรงมานาน ซึ่งเป็นข่าวที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากไวรัสนี้มีอัตราการเสียชีวิตสูง และยังไม่มียาหรือวัคซีนเฉพาะทางที่ได้รับการอนุมัติสำหรับมนุษย์

สารบัญ

ไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญ

  • ต้นเดือนมกราคม 2569: พบผู้ป่วยสองรายในโรงพยาบาลเอกชนที่เมือง Barasat แสดงอาการผิดปกติ เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง อาเจียน และมีอาการทางระบบประสาท ซึ่งส่งตรวจเพื่อหาสาเหตุ
  • ผลตรวจยืนยัน: พบว่าทั้งสองรายติดเชื้อไวรัส Nipah และต้องเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยหนัก (ICU)
  • ต่อมา: มีผู้ป่วยเพิ่มอีก 3 ราย รวมเป็น 5 ราย ที่ยืนยันติดเชื้อ ซึ่งล้วนเป็นบุคลากรทางการแพทย์และผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายแรก
  • การควบคุมโรค: เจ้าหน้าที่สาธารณสุขดำเนินการกักตัวผู้สัมผัสใกล้ชิดกว่า 100 คน เพื่อเฝ้าระวังอาการและป้องกันการแพร่กระจายเพิ่มเติม

ข้อมูลพื้นฐานของไวรัส Nipah

  • ชื่อวิทยาศาสตร์Nipah virus (NiV)
  • ตระกูลParamyxoviridae
  • ต้นกำเนิด: ค้างคาวกลุ่มผู้ใหญ่ (Pteropid fruit bats) เป็นพาหะธรรมชาติหลัก
  • การแพร่เชื้อ: ผ่านน้ำลาย ปัสสาวะ เสมหะของค้างคาว หรือการบริโภคผลไม้ที่ถูกปนเปื้อน
  • การแพร่ระหว่างคน: สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสของเหลวจากผู้ป่วย เช่น น้ำลาย น้ำตา น้ำมูก หรือเลือด โดยเฉพาะในครอบครัวหรือสถานพยาบาลที่ไม่ป้องกันอย่างเหมาะสม

อาการและภาวะแทรกซ้อน

  • ระยะฟักตัว: 4–14 วัน (อาจถึง 45 วัน)
  • อาการเริ่มต้น: ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน คลื่นไส้
  • อาการรุนแรง: สมองอักเสบ (encephalitis), ชัก, ภาวะสับสน โคม่า
  • อัตราการเสียชีวิต: 40–75% ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ไวรัสและการรักษา

การตอบสนองของหน่วยงานสาธารณสุข

  • ออกแนวทางการแยกผู้ป่วย การดูแลแบบแยกตัว และการควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล
  • ใช้มาตรการป้องกันแบบผสม (Standard + Transmission-based Precautions) เช่น การสวมหน้ากาก N95 ถุงมือ เสื้อคลุมกันน้ำ และแว่นตา
  • ฆ่าเชื้อพื้นผิวทุก 2 ชั่วโมงด้วยสารคลอรีน 1000 ppm หรืออีธานอล 70%
  • รัฐใกล้เคียง เช่น Jharkhand, Odisha และ Tripura เพิ่มการเฝ้าระวังและตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย

สถานะการพัฒนาวัคซีนและยา

  • ยัง ไม่มีวัคซีนหรือยาต้านไวรัสเฉพาะ ที่ได้รับการอนุมัติสำหรับมนุษย์
  • ยา Remdesivir อยู่ในขั้นทดลอง และมีผลบางส่วนในผู้ป่วยบางราย
  • วัคซีนในสัตว์ทดลอง (เช่น ค้างคาว) กำลังพัฒนา แต่ยังไม่พร้อมใช้ในมนุษย์

คำแนะนำสำหรับประชาชน

  1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสค้างคาวหรือสัตว์ป่าที่ไม่รู้จัก
  2. ห้ามบริโภคผลไม้ที่ตกพื้น หรือมีรอยกัดของค้างคาว
  3. ล้างมือบ่อยด้วยสบู่และน้ำสะอาด
  4. หากต้องดูแลผู้ป่วย ควรสวมหน้ากากอนามัย ถุงมือ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสของเหลวจากผู้ป่วย
  5. หากมีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง ชัก หรือสับสน ควรรีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสผู้ป่วยหรือสัตว์กลางทันที

สรุป

ไวรัส Nipah เป็นโรคที่รุนแรง มีอัตราการเสียชีวิตสูง และสามารถแพร่ได้ระหว่างคนหากไม่ป้องกัน อย่างไรก็ตาม การแพร่กระจายสามารถควบคุมได้ด้วยมาตรการป้องกันที่เข้มงวด การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และการแจ้งข้อมูลอย่างรวดเร็ว ประชาชนควรตระหนักถึงความเสี่ยง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง แต่ไม่ต้องตื่นตระหนกเกินไป ขอเพียงระมัดระวัง รักษาสุขอนามัย และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อมีอาการผิดปกติ

“ไวรัส Nipah คือโรคที่รุนแรง แต่แพร่ได้เฉพาะเมื่อสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วยหรือสัตว์กลาง ไม่แพร่ทางอากาศ ดังนั้น การล้างมือ หลีกเลี่ยงการกินผลไม้ที่ถูกค้างคาวกินแล้ว และแจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อมีอาการ คือวิธีป้องกันที่สำคัญที่สุด”

Share

Comments are closed.