ในอดีต ความเชื่อทางการแพทย์ส่วนใหญ่มักระบุว่า “มะเร็งส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากพันธุกรรม” โดยมองว่ามะเร็งเป็นผลมาจากปัจจัยสิ่งแวดล้อมและการใช้ชีวิตเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยล่าสุดได้เปลี่ยนมุมมองนี้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยชี้ให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างพันธุกรรมและมะเร็งนั้นมีความซับซ้อนและครอบคลุมมากกว่าที่เคยคาดคิด
Historically, medical belief suggested that “most cancers are not hereditary,” primarily attributing cancer to environmental factors and lifestyle. However, recent research has fundamentally shifted this perspective, revealing that the link between genetics and cancer is far more complex and widespread than previously assumed.
—
จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร *International Cancer* พบข้อมูลที่น่าตกใจว่า เด็กที่มีประวัติครอบครัว (พ่อ แม่ หรือพี่น้อง) เป็นมะเร็ง ไม่ว่าจะเป็นชนิดใดก็ตาม มีโอกาสที่จะพัฒนาเป็นมะเร็งสูงกว่าประชากรทั่วไปเกือบสองเท่า
According to studies published in the journal *International Cancer*, a striking finding shows that individuals with a family history of cancer (parents or siblings)—regardless of the specific type—have nearly double the risk of developing cancer compared to the general population.
นพ. Kari Hemminki จาก German Cancer Research Institute ได้ระบุว่า การศึกษาจากสวีเดนและเยอรมันที่ติดตามผลเป็นระยะเวลานับสิบปี พบว่าหากพ่อแม่เป็นมะเร็ง โอกาสที่ลูกจะเป็นมะเร็งจะอยู่ที่ประมาณ 5.5% เมื่อเทียบกับ 3% ในกลุ่มที่พ่อแม่ไม่มีประวัติ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนนิยามเดิมที่เชื่อว่ามะเร็งเพียงบางชนิดเท่านั้นที่เป็นพันธุกรรม
Dr. Kari Hemminki from the German Cancer Research Institute stated that long-term studies in Sweden and Germany revealed that if parents have cancer, the risk for offspring is approximately 5.5%, compared to 3% in those with no family history. This shifts the paradigm from believing only specific cancers are hereditary to a much broader understanding.
—
แม้ว่ามะเร็งเกือบทุกชนิดจะมีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม แต่ระดับความเสี่ยงจะแตกต่างกันไปตามชนิดของมะเร็ง ข้อมูลระบุว่าในบางกรณี ความเสี่ยงอาจพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล:
While nearly all cancers have genetic components, the level of risk varies significantly by type. Data indicates that in certain cases, the risk increases exponentially:
หากพ่อเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก โอกาสที่ลูกชายจะเป็นอาจสูงถึง 15% และสำหรับมะเร็งอัณฑะ หากพ่อเป็นมะเร็ง ความเสี่ยงในลูกจะสูงกว่าคนปกติถึง 4 เท่า แต่หากมีพี่ชายหรือน้องชายเป็นมะเร็งชนิดนี้ด้วย ความเสี่ยงจะก้าวกระโดดขึ้นถึง 9 เท่า!
If a father has prostate cancer, the son’s risk can reach 15%. For testicular cancer, if a father is affected, the risk is 4 times higher than normal; if a brother also has it, the risk jumps to 9 times higher!
ในผู้หญิง หากมารดาเป็นมะเร็งเต้านม โอกาสที่ลูกสาวจะเป็นมะเร็งเต้านมจะอยู่ที่ประมาณ 10% เช่นเดียวกับมะเร็งลำไส้ที่มีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมที่ชัดเจน โดยพบโอกาสเสี่ยงประมาณ 10% ในผู้ที่มีประวัติครอบครัว
In women, if the mother has breast cancer, the daughter’s risk is approximately 10%. Similarly, colorectal cancer shows a clear hereditary link, with a 10% increased risk in those with a family history.
—
แม้พันธุกรรมจะเป็น “ปืนที่บรรจุกระสุนไว้” แต่สิ่งแวดล้อมและการใช้ชีวิตคือ “ตัวเหนี่ยวไก” ข้อมูลระบุว่าสิ่งแวดล้อมสามารถส่งผลต่อตัวเลขความเสี่ยงเหล่านี้ได้ ทั้งในทางที่ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหรือลดลง
While genetics may “load the gun,” the environment and lifestyle “pull the trigger.” Environmental factors can influence these risk numbers, potentially increasing or decreasing the actual manifestation of the disease.
—
การรู้ว่าตนเองมีความเสี่ยงทางพันธุกรรมไม่ใช่คำสาป แต่คือ “โอกาสในการป้องกัน” (Opportunity for Prevention)
Knowing you have a genetic risk is not a curse; it is an opportunity for prevention.
—
แหล่งอ้างอิง (Citations):
อัพเดตความดันโลหิตสูง Hypertension (2024) ภาค 1. ความรู้เบื้องต้น
10 อันดับความก้าวหน้าหรือ medical breakthrough ทางการแพทย์ ประจำปี 2550 เรื่องที่ 3 วัคซีนไข้หวัดนก ตัวแรก ออกแล้ว ในปี 2007 ความกังวลว่า…
หลายคนคงเคยมีคำถาม จะขลิบหนังหุ้มปลาย อย่างไร เมื่อไร และทำไม โดยเฉพาะผู้เป็นพ่อแม่ที่มีลูกชาย อาจจะเคยมีแพทย์แนะนำให้ ขลิบหนังหุ้มปลายตั้งแต่เด็กยังเล็กๆเลย ซึ่งแน่นอน ว่าต้องเกิดความกังวลในใจคุณแน่ๆ (more…)
ข้อมูลจาก health day และศูนย์ข้อมูลโรคไตของสหรัฐ ได้ให้คำแนะนำสำหรับป้องกันการติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะ เช่นกระเพาะปัสสาวะและไต ดังนี้ ดื่มน้ำวันละมากๆ ห้ามกลั้นปัสสาวะนานๆ อาบน้ำโดยใช้การตักอาบหรือฝักบัว ดีกว่าใช้อ่างอาบน้ำ (more…)
การปลูกฝังสมาธิในเด็ก เป็นการปูพื้นความสามารถในการเรียนรู้ให้เด็ก ผมมีบทความดีๆจาก ศูนย์จินตคณิต http://www.imaxbrain.com พัทยา ที่นำมาจากการสัมนาเรื่อง สมาธิ คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่ดี มาฝากครับ (more…)