medical updates: วิจัยพบอาการโรคหัวใจในหญิง ต่างกับในชาย และอาจไม่เจ็บหน้าอก
การศึกษาตีพิมพ์ลงในวารสารของสมาคมแพทย์โรคหัวใจ Circulation ชี้ว่า ในหญิง มีอาการของโรคหัวใจขาดเลือดที่ต่างไปจากชาย พบว่า 95% มีอาการที่แปลกและเตือนว่าจะมีอาการของโรคหัวใจเฉียบพลัน หลายวันหรือเป็นเดือน ก่อนจะเกิดอาการหัวใจขาดเลือดจริง ๆ
อาการที่พบบ่อยคือ
เหนื่อยเพลียมากกว่าปกติ 70%
นอนไม่หลับ 48%
หายใจไม่สะดวก 42.1%
อาการเหมือนอาหารย่อยไม่ปกติ 39%
เครียด 35%
และพบว่า หญิง น้อยกว่า 30% มีอาการเจ็บหน้าอก ก่อนจะมีอาการของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ
ยิ่งไปกว่านั้นคือ 43% ไม่มีอาการเจ็บอก ในขณะมีอาการเส้นเลือดหัวใจตีบ แต่พบว่า มีอาการหายใจไม่สะดวก 58% เพลียหมดแรง 55% เหงื่อออกตัวเย็น 39% วิงเวียน 39%
แพทย์ มักจะถูกสอนมาเสมอว่า อาการของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ที่สำคัญที่สุดคือ เจ็บหน้าอก ในขณะที่หลาย ๆ กรณี ไม่เสมอไป เช่นในคนเป็นเบาหวาน หรือในสตรีอย่างการศึกษานี้
การศึกษานี้ได้รับทุนจาก NIH ศึกษาจากสตรี 515 คน ที่เคยได้รับการวินิจฉัยว่า โรคหัวใจขาดเลือด ในช่วง 4-6 เดือน และสอบถามย้อนถึงอาการแรก ๆ ที่เขาเหล่านั้นเป็น
ที่มา http://circ.ahajournals.org/
สวัสดีครับ ผม MIKAI ผู้ช่วยทางการแพทย์ของคุณ บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างอาการโรคหัวใจในเพศชายและเพศหญิง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในการวินิจฉัยและรักษาให้ทันท่วงที
Hello, I am MIKAI, your medical assistant. This article is written to raise awareness about the differences in heart disease symptoms between men and women, which is crucial for timely diagnosis and treatment.
—
โดยทั่วไป เมื่อพูดถึง “โรคหัวใจขาดเลือด” (Ischemic Heart Disease) ภาพจำที่คนส่วนใหญ่มีคืออาการเจ็บแน่นหน้าอกเหมือนมีอะไรมาทับ (Crushing chest pain) ซึ่งมักพบได้ชัดเจนในผู้ชาย อย่างไรก็ตาม *ข้อมูลทางการแพทย์ล่าสุดชี้ให้เห็นว่าผู้หญิงมักมีรูปแบบอาการที่ “ไม่ตรงไปตรงมา” (Atypical symptoms) มากกว่า*
Generally, when discussing “Ischemic Heart Disease,” the common mental image is crushing chest pain, which is often more pronounced in men. However, *recent medical data indicates that women are more likely to present with “atypical symptoms.”*
—
จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Circulation ของสมาคมแพทย์โรคหัวใจอเมริกัน (American Heart Association) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) ได้ทำการศึกษาในสตรี 515 คนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหัวใจขาดเลือด พบข้อมูลที่น่าตกใจดังนี้:
According to a study published in the journal Circulation (American Heart Association), supported by the NIH, researchers studied 515 women diagnosed with ischemic heart disease. The findings were striking:
*วิจัยพบว่า 95% ของผู้หญิงมีอาการที่ “แปลก” และเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าหลายวันหรือหลายเดือนก่อนจะเกิดอาการหัวใจขาดเลือดจริง ๆ*
*Research found that 95% of women experienced “atypical” symptoms that served as warnings days or even months before a major cardiac event occurred.*
อาการที่พบบ่อยที่สุด (Most Common Symptoms):
*ที่น่ากังวลที่สุดคือ พบว่ามีผู้หญิงน้อยกว่า 30% ที่มีอาการเจ็บหน้าอกก่อนเกิดภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบ และ 43% ไม่มีอาการเจ็บหน้าอกเลยในขณะที่มีภาวะตีบ*
*Most concerningly, fewer than 30% of women experienced chest pain before the onset of coronary artery disease, and 43% reported no chest pain at all during the actual ischemic event.*
ในขณะที่พบอาการอื่นแทน (Instead, they exhibited):
—
ในอดีต การเรียนการสอนทางการแพทย์มักเน้นไปที่อาการ “เจ็บหน้าอก” เป็นมาตรฐานหลัก (Gold Standard) ซึ่งอาจทำให้เกิดความผิดพลาดในการวินิจฉัยในกลุ่มผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงเฉพาะ เช่น ผู้หญิง หรือ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) ซึ่งมักมีภาวะเส้นประสาทเสื่อมทำให้ไม่รู้สึกเจ็บหน้าอก (Silent Ischemia)
Historically, medical training has emphasized “chest pain” as the primary diagnostic standard, which can lead to misdiagnosis in specific high-risk groups, such as women or patients with Diabetes Mellitus, who may experience “silent ischemia” due to neuropathy.
*หากคุณรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างไม่มีสาเหตุ หายใจลำบาก หรือมีอาการเหมือนกรดไหลย้อนร่วมกับความรู้สึกไม่สบายตัว โดยเฉพาะหากมีปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง หรือเบาหวาน อย่ารอให้เจ็บหน้าอก ให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที*
*If you experience unexplained fatigue, shortness of breath, or indigestion-like symptoms accompanied by general malaise—especially if you have risk factors like hypertension or diabetes—do not wait for chest pain to occur. Consult a physician immediately.*
—
การรู้เท่าทันอาการ “ที่ไม่ใช่การเจ็บหน้าอก” คือกุญแจสำคัญในการรอดชีวิตสำหรับผู้หญิง
Recognizing “non-chest pain” symptoms is the key to survival for women.
| อาการที่ควรเฝ้าระวัง (Watch for) | สิ่งที่ควรทำ (Action) |
| :— | :— |
| เหนื่อยง่ายผิดปกติ (Unusual fatigue) | จดบันทึกความถี่ (Track frequency) |
| หายใจไม่อิ่ม (Shortness of breath) | สังเกตขณะพัก/ออกแรง (Observe at rest/exertion) |
| คลื่นไส้/อาหารไม่ย่อย (Nausea/Indigestion) | ไม่ควรซื้อยาลดกรดทานเองหากไม่แน่ใจ (Don’t self-medicate if unsure) |
| วิงเวียน/เหงื่อออก (Dizziness/Cold sweat) | พบแพทย์ทันที (Seek medical help immediately) |
—
แหล่งอ้างอิง (Citations):
คำเตือนทางการแพทย์ (Medical Disclaimer):
*บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ หากคุณมีอาการผิดปกติทางร่างกาย โปรดติดต่อสถานพยาบาลโดยด่วน*
*This article is for educational purposes only and cannot replace professional medical diagnosis or treatment. If you experience abnormal symptoms, please contact a medical facility immediately.*
อัพเดตความดันโลหิตสูง Hypertension (2024) ภาค 1. ความรู้เบื้องต้น
10 อันดับความก้าวหน้าหรือ medical breakthrough ทางการแพทย์ ประจำปี 2550 เรื่องที่ 3 วัคซีนไข้หวัดนก ตัวแรก ออกแล้ว ในปี 2007 ความกังวลว่า…
หลายคนคงเคยมีคำถาม จะขลิบหนังหุ้มปลาย อย่างไร เมื่อไร และทำไม โดยเฉพาะผู้เป็นพ่อแม่ที่มีลูกชาย อาจจะเคยมีแพทย์แนะนำให้ ขลิบหนังหุ้มปลายตั้งแต่เด็กยังเล็กๆเลย ซึ่งแน่นอน ว่าต้องเกิดความกังวลในใจคุณแน่ๆ (more…)
ข้อมูลจาก health day และศูนย์ข้อมูลโรคไตของสหรัฐ ได้ให้คำแนะนำสำหรับป้องกันการติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะ เช่นกระเพาะปัสสาวะและไต ดังนี้ ดื่มน้ำวันละมากๆ ห้ามกลั้นปัสสาวะนานๆ อาบน้ำโดยใช้การตักอาบหรือฝักบัว ดีกว่าใช้อ่างอาบน้ำ (more…)
การปลูกฝังสมาธิในเด็ก เป็นการปูพื้นความสามารถในการเรียนรู้ให้เด็ก ผมมีบทความดีๆจาก ศูนย์จินตคณิต http://www.imaxbrain.com พัทยา ที่นำมาจากการสัมนาเรื่อง สมาธิ คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่ดี มาฝากครับ (more…)